ชาวนากับต้นแอ๊บเปิ้ล

posted on 08 Nov 2006 22:43 by ogungun in other

  ภายในบริเวณบ้านของชาวนาคนหนึ่ง เขาได้ปลูกต้นแอ๊บเปิ้ลต้นหนึ่งนับเป็นเวลาหลายปีดีดักแล้วแต่เนื่องจากเหตุผลกลใดไม่แน่ชัด ต้นแอบเปิ้ลดังกล่าวไม่ยอมมีดอกออกผลเลย ยิ่งกว่านั้นต้นไม้ต้นนี้ยังเป็นสื่อที่นำพาเอานกกาทั้งหลาย
มาทำรังที่พักพิงอีกด้วย จึงสร้างความรำคาญให้แก่ชาวนาผู้นี้เป็นยิ่งนัก เขาจึงตัดสินใจว่า จะต้องโค่นต้นแอบเปิ้ลนี้ทิ้งไปเสียให้สิ้นเรื่องสิ้นราว
ต่อมาวันหนึ่ง เมื่อชาวนาหลังจากเสร็จงานในท้องทุ่งกลับมาถึงบ้านยังไม่ทันพักเหนื่อย เขาก็ได้คว้าขวานที่คมกริบเล่มหนึ่งออกจากบ้านไป ตั้งใจวันนี้แหละจะโค่นต้นแอ๊ปเปิ้ลชาวนาก็ไม่รีรอ เขารีบเงื้อขวานในมือที่คมกริบฟันฉับๆ ลงที่โคนต้นแอ๊ปเปิ้ลที่หาที่หาประโยชน์อะไรไม่ได้เลยทิ้งเสีย เมื่อเดินมาถึงใต้ต้นชาวนาก็ไม่รีรอ เขารีบเงื้อขวานในมือที่คมกริบฟันฉับๆ ลงที่ดค่นต้นแอ๊ปเปิ้ลทันทีความสั่นสะเทือนอย่างแรงของคมขวานที่กระทบกับต้นไม้นั้น ทำให้เหล่านกกาที่มาอาศัย พักพิงอยู่บนต้นไม้ต่างพากันตกอกตกใจ ไม่ทราบว่ากำลังมีเหตุร้ายเกิดขึ้น จึงพากันหนีอย่างขวัญกระเจิง
ไปกันคนละทิศละทางแล้วบินกลับมาอยู่เหนือต้นแอ๊ปเปิ้ลต้นนั้นเพื่อรอดูเหตุการณ์ต่อไป เมื่อเหล่านกการู้ว่าชาวนากำลังโค่นต้นแอ๊ปเปิ้ลที่พวกตนอาศัยทำรังอยู่นั้นทิ้งไป
ต่างพากันตกใจไม่สบายใจมาก พวกเขาจึงใจกันพากันบินลงไปหาชาวนาแล้วอ้อนวอนท่านว่า"ท่านผู้ใจบุญ โปรดอย่าโค่นต้นแอ๊ปเปิ้ลต้นนี้เลย เพาะพวกเขามากมายหลาย
ชีวิตต่างก็ได้พึ่งพิงอาสัยเป็นที่อยู่หลับนอนมานานไปหลายปีแล้ว พวกเขาทั้งหมดคงต้องเดือนร้อนลำบากตามๆกัน" พอกล่าวจบเหล่านกกาทั้งหมดต่างก็ประสานเสียง
ร้องเพลงอันไพเราะให้ชาวนาฟัง เพื่อต้องการช่วยผ่อนคลายความเหน็ดเหนี่อยอ่อนเพลียจากงานหนักอย่างรุ้ใจ แต่ชาวนาที่ดื้อรั้นและยังมีจิตใจที่คับแคบผู้นั้นหาได้สนใจใยดีต่อคำเรียกร้องของนกกาแต่ประการใดไม่ แถมยังตะคอกใส่พวกนกกาขึ้นว่า"ต้นไม้มันอยู่บริเวณบ้านของข้า ข้าจะทำอย่างไรกับมันก็ได้ มันเป็นสิทธิโดยชอบธรรม ผู้อื่นอย่ามาเกี่ยวนะ"
เมื่อชาวนากล่าวจบลงแล้วเหมือนประหนึ่งว่าตนได้เสียประโยชน์โดยไร้ประโยชน์มากมากแล้วจึงเงื้อขวาน

ขึ้นฟันต้นแอ๊ปเปิ้ลต่ออย่างเร่งมือยิ่งขึ้นเนื่องจากต้นแอีปเปิ้ลต้นนี้ได้ยืนต้นเป้นเวลานานนับหลายปีและทำท่า

ว่าต้นจะแก่อีกด้วย ภายในลำต้นจึงเป็นโพรงเกือบจะตลอดอยู่แล้ว จึงมีฝูงผึ้งฝูงใหญ่มาทำรังอยู่เต็มไปหมด
ครู่ใหญ่ต่อมานั้นเม็ดเหงื่อเม็ดโป้งๆได้ผุดขึ้นต่อหน้าชาวนา พร้อมกับเศษเนื้อไม้ของต้นแอ๊ปเปิ้ลที่กระจายเลื่อนอยู่ใต้ต้นเต็มไปหมด ชาวนาเริ่มรู้สึกเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าเต็มทีเขาจึงนั่งลงพักเหนื่อย พลางเหลือบไปเห็นภายในโพรงไม้นั้นมีตัวผึ้งออกมา ได้สร้างความสนใจแก่ชาวนายิ่งนัก เขาได้ตรวจดูโพรงไม้อย่างละเอียด จึงพบว่าภายในโพรงไม้ต้นแอ๊ปเปิ้ลนั้นยังเต็มไปด้วยรวงผึ้ง เขาได้ยืนมือออกไปแตะร่วงผึ้งแล้วนำมาชิมดู พบว่านั้นมันเป็นน้ำผึ้งที่มีรสหอมหวานเสียนี่กระไร เขาจึงพึมพำกับตัวเองอย่างซ้ำๆ ซากๆว่า"ข้าพบโชคแล้วๆ"
ต่อจากวันนั้นมาชาวนาก็เอาใจใส่ทนุถนอมต้นแอ๊ปเปิ้ลเป็นอย่างดี ราวกับปรปักรักษามหาสมบัติก็ไม่ปาน
*คนมักเห็นประโยชน์ส่วนตนมากกว่าผู้อื่นเช่นเดียวกับชาวนาในเรื่องนี้*


edit @ 2006/12/27 13:33:51

Comment

Comment:

Tweet

นรน

#2 By ดี (125.25.51.147) on 2009-09-21 13:08

เราต้องเห็นใจคนอื่นมากๆ
อย่าเอาแต่ประโยชน์ของตนเอง
...
..
.
มันก็ดีอยู่หรอกนะ แต่ว่า น้อยคนนักที่จะเป็นเช่นนั้น

#1 By KORORYU on 2006-11-08 22:58